ข้อสอบ EA (Executive Assessment) คืออะไร?

ข้อสอบ EA (Executive Assessment) เป็นข้อสอบที่มีจุดประสงค์หลักคือให้ผู้บริหารที่มีความตั้งใจจะสมัคร Executive program เช่น Executive MBA สามารถสมัครเข้าเรียนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากถ้าเปรียบเทียบกันกับ GMAT (ซึ่งออกโดย GMAC เช่นเดียวกัน) ข้อสอบ EA เป็นข้อสอบที่ง่ายกว่าและใช้เวลาน้อยกว่าด้วยจึงเหมาะกว่าสำหรับผู้บริหารที่มีเวลาในการเตรียมตัวน้อย และ ห่างเหินจากการอ่านหนังสือหรือการเตรียมตัวสอบมาเป็นระยะเวลานาน

สาเหตุที่ทำไมคนถึงคิดว่าข้อสอบ EA ง่ายกว่า GMAT

  1. EA ให้ความสำคัญกับส่วน Integrated Reasoning มากกว่า GMAT ซึ่งผู้บริหารหรือผู้ทำทำงานในสายธุรกิจมักจะคุ้นเคยกับเนื้อหาในส่วนนี้อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวนาน
  2. ข้อสอบมีระยะเวลาที่น้อยกว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้สอบมานานและไม่พร้อมจะทำข้อสอบที่เครียดและใช้เวลาในการสอบนานถึง 180 นาที (ถึงข้อสอบ GMAT จะมีการปรับให้สั้นลงแล้ว 30 นาทีในปี 2018 แต่ก็นับว่ามีความยาวมากกว่า EA ถึงหนึ่งเท่า)
  3. ข้อสอบ EA ไม่ได้เป็นรูปแบบ CAT แบบรายข้อแบบ GMAT แต่เป็นการปรับระดับความยากตาม section (section ละ 6 ข้อในส่วนของ IR และ 7 ข้อในส่วนของ quant / verbal)
  4. ข้อสอบ EA สามารถย้อนทวนกลับมาทำได้ภายใน section เดียวกัน ในขณะที่ข้อสอบ GMAT เมื่อก่อนตอบข้อใดข้อหนึ่งแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับมาทำข้อเดิมได้ (ซึ่งรวมถึงข้อสอบชนิด reading comprehension ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็น passage เดียวกันก็ไม่สามารถย้อนกลับไปมาได้)
  5. ข้อสอบ EA มีเนื้อหาที่น้อยกว่า และหลายคนบอกว่าข้อสอบในภาพรวมง่ายกว่า GMAT (เช่น part math ของ EA จะไม่มีเนื้อหา geometry)

สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้การสอบ EA สามารถทำได้ง่ายกว่าและใช้เวลาน้อยกว่า GMAT ซึ่งเป็นข้อสอบที่ยากและใช้เวลาในการเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ (2-3 เดือนเป็นอย่างต่ำ) จนหลายๆคนถึงขนาดท้อในการสมัครเรียนต่อไปเลย เพราะไม่สามารถได้คะแนน GMAT ถึงระดับที่ต้องการได้

ข้อสอบ EA สอบได้กี่ครั้งและ มีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

ข้อสอบ EA สามารถสอบได้เพียง 2 ครั้งตลอดชีวิต และ มีค่าสอบ 350 USD (GMAT มีค่าสอบ 250 USD)

ถึงแม้ว่าจะแพงกว่า GMAT แต่ข้อสอบ EA สามารถเลื่อนวันสอบกี่ครั้งก็ได้ และ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเลื่อนวันสอบ

การสอบแต่ละครั้งต้องเว้น 16 วัน

https://www.gmac.com/executive-assessment/executive-assessment-online

 

แต่ถึงแม้ว่าข้อสอบ EA จะง่ายกว่า GMAT ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนควรจะทำการสอบ EA แทน GMAT เนื่องด้วย 

  1. ข้อสอบ EA เป็นข้อสอบใหม่ และ ยังไม่มีอะไรเป็นมาตรวัดว่าควรได้คะแนนสูงแค่ไหน (ถึงแม้หลายคนจะบอกว่า 150 คะแนนเป็น magic number – คะแนนที่มหาวิทยาลัยคิดว่าผ่าน แต่เนื่องด้วยความใหม่ของข้อสอบทำให้ไม่มีอะไรการันตีว่าคะแนนนี้จะยังเป็นคะแนนที่เพียงพอในหลายๆปีหลังจากนี้)
  2. ยังมีมหาวิทยาลัยในโปรแกรม Full-time MBA ไม่เยอะนักที่ยอมรับข้อสอบ EA ในการสมัครเรียน
  3. ถึงแม้หลายๆโปรแกรมจะยอมรับในการใช้ข้อสอบ EA แทนข้อสอบ GMAT หรือ GRE แต่คนส่วนมากก็ยังคิดว่าการได้คะแนน GMAT สูงก็ยังได้รับการยอมรับมากกว่า EA

คำถามว่าในอนาคตเราควรเลือกสอบ GMAT หรือ EA ยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้เพราะข้อสอบ EA เป็นข้อสอบที่ใหม่มาก และ Full-time MBA ในหลายๆที่เช่น MIT – Sloan และ NYU – Stern ก็เพิ่งจะเริ่มรับข้อสอบนี้มาเป็นตัวเลือกหนึ่งข้อสอบ ร่วมกับ GMAT และ GRE แต่ข้อดีของ EA คือมีเนื้อหาที่ทับซ้อนกับ GMAT เยอะมาก และหลายๆคนคิดว่าเป็นข้อสอบที่ง่ายกว่า (ขนาดที่บางคนเรียกกันว่าเป็น GMAT Lite) ดังนั้นคนที่เตรียมสอบ GMAT มาพอสมควรแล้วจึงมักจะได้คะแนนที่ดีในการทำข้อสอบ EA ด้วยเช่นกัน

 

ปรึกษาเกี่ยวกับการเตรียมสอบ EA, GMAT, GRE และการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยโดยทีมงานมืออาขีพได้ที่ 

Line ID: @primeeng

www.facebook.com/gmathunterprep

 

 

https://www.gmac.com/executive-assessment/about/why-take-the-executive-assessment

 

รายชื่อของโปรแกรม MBA ในมหาวิทยาลัยที่ใช้ EA ในการสมัครได้

https://www.gmac.com/executive-assessment/about/accepting-schools

 

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!